<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979</id><updated>2012-02-16T14:20:18.283+07:00</updated><category term='ประวัติ บัตรเครดิต'/><category term='บัตร'/><category term='บัตรเครดิต'/><category term='เทคนิคการใช้'/><category term='วิธีเลือก'/><category term='ประเภท บัตรเครดิต'/><category term='เครดิต'/><category term='ทำบัตรเครดิต'/><category term='การใช้บัตรเครดิต'/><title type='text'>บัตรเครดิต</title><subtitle type='html'>คุณ รู้อะไรเกี่่ยวกับ บัตรเครดิต บ้าง..?</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>9</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-8925065948483280317</id><published>2009-07-13T12:25:00.000+07:00</published><updated>2009-07-13T12:26:27.738+07:00</updated><title type='text'>เคล็ดลับการใช้ บัตรเครดิต แบบสุดคุ้ม</title><content type='html'>ใครที่ต้องใช้บัตรเครดิตอยู่เป็นประจำแล้วกลัวว่าไม่คุ้ม วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเคล็ดลับการใช้บัตรเครดิตแบบสุดคุ้มมาฝากกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          1. จ่ายหมด ไม่มียอดค้างชำระ แค่นี้บัตรเครดิตก็ไม่มีทางได้กินดอกเบี้ยแล้ว (อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ร้อยละ 18 ต่อปี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          2. อย่าติด Late Charge ถ้าจ่ายทั้งหมดไม่ได้ ก็จ่ายเท่ายอดขั้นต่ำ แต่จ่ายตามกำหนด ถ้าจ่ายช้ากว่าวันนัดชำระ จะเสียค่าปรับที่แพงขึ้นอีก 100-200 บาท หรือเลือกใช้บัตรเครดิตที่ออกโดยสถาบันการเงินของไทย เพราะเดี๋ยวนี้จะไม่มีค่าปรับหากชำระช้าอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          3. อย่าเบิกเงินสดด้วยบัตรเครดิต ประเภทวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ด เพราะจะเสียค่าธรรมเนียมแพงประมาณ 3% ของเงินสดที่เบิกออกมา รวมเงินต้น และดอกเบี้ยแล้ว จ่ายหนักแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          4. ไม่ซื้อของกับร้านที่คิดค่าบริการเพิ่มเมื่อใช้บัตรเครดิต บางร้านชาร์จเพิ่ม 2-5% แนะนำว่าไปซื้อร้านอื่นดีกว่า หรือทางร้านค้าจะไม่มีสิทธิ์มาชาร์จเพิ่มอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองให้มาใช้บัตรเครดิตให้คุ้มกันดีกว่า.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก : เดลินิวส์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-8925065948483280317?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/8925065948483280317/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/8925065948483280317'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/8925065948483280317'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='เคล็ดลับการใช้ บัตรเครดิต แบบสุดคุ้ม'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-9153267020261575177</id><published>2009-06-21T00:53:00.000+07:00</published><updated>2009-06-21T00:54:45.996+07:00</updated><title type='text'>รู้ทันบัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;รู้ทันบัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุก วันนี้ ธุรกิจบัตรเครดิตมีการแข่งขันกันสูง มีโปรโมชั่นทั้งในเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือค่าธรรมเนียมรายปี อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณาว่าต่ำกว่าผู้ให้บิการรายอื่น รวมถึงเรื่องของระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยด้วย ว่าธนาคารใดจะให้ระยะเวลานานกว่ากันซึ่งก็มีตั้งแต่ 45 ไปจนถึง 55 วัน แต่คุณเคยสังเกตหรือไม่ ว่าระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ว่านี้มีวิธีคิดอย่างไร เท่าที่สังเกต ผู้บิโภคจำนวนไม่น้อยมักจะคิดว่า ระยะเวลาปลอดอกเบี้ยฯ 45 วัน ถ้าใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า วันที่ 2 ม.ค. ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ก็น่าจะนับไปจนถึงวันที่ 16 ก.พ. จึงจะครบกำหนดชำระเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หากกลับไป อ่านสัญญาการใช้บัตรเครดิตให้ดีๆ (ท่านที่ยังเก็บสัญญา หรือ โบชัวร์ของบัตรเครดิตไว้ กรุณานำมาตรวจสอบ) จะเห็นว่าทุกธนาคาร จะให้ระยะเวลาในการชำระคืนโดยปลอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน หากชำระตามกำหนดเต็มจำนวน โดยนับถัดจาก วันที่สรุปยอดค่าใช้จ่าย ไม่ใช่นับจากวันที่ใช้บัตรเครดิต ตามที่ผู้บริโภคเข้าใจ ซึ่งวิธีการนับที่ต่างกันนี้ จะมีผลต่อระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยอย่างมาก พูดอย่างนี้อาจจะฟังเข้าใจยาก ดูตัวอย่างแล้วจะเข้าใจชัดเจนขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่าง ธนาคารกำหนดสรุปยอดค่าใช้จ่ายทุกวันที่ 9 ของเดือน ดังนั้น ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยฯ 45 วัน ซึ่งนับจากวันที่สรุปยอด ก็จะไปครบกำหนดในวันที่ 24 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่ต้องชำระเงิน หากชำระหลังจากวันนี้ ธนาคารก็เริ่มคิดดอกเบี้ย ดังนั้น แม้ผู้บริโภคจะใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าเมื่อวันที่ 2 ม.ค. แต่ก็ต้องชำระเงินภายในวันที่ 24 ม.ค. ซึ่งถ้าตามความเข้าใจของผู้บริโภค แบบนี้ก็เท่ากับมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนับจากวันที่ใช้บัตรแค่ 22 วันเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยฯ ที่ถูกต้องก็ต้องว่ากันตามสัญญา ซึ่งธนาคารก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนับจากวันที่สรุปยอดค่าใช้จ่าย ดังนั้น ถ้าใช้บัตรเครดิตให้ได้ในระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนานที่สุด ก็ต้องใช้หลังจากวันที่สรุปยอดค่าใช้จ่ายใหม่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าของที่อยากจะได้ ยังไม่จำเป็นต้องรีบใช้ ยังสามารถรอได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อวันที่ 2 ม.ค. แต่ควรรอให้สรุปยอดค่าใช้จ่ายเสร็จ (9 ม.ค.) แล้วค่อยไปซื้อเอาเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ก็ได้ซึ่งแบบนี้กว่าจะครบกำหนดก็วันที่ 23 ก.พ. โน่น คิดเป็นระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยตั้ง 43 วัน เท่ากับได้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเพิ่มอีกตั้ง 21 วันเพียงแค่ชะลอการซื้อของออกไปอีกไม่กี่วัน เกร็ดความรู้ผู้บริโภคอันนี้ก็เอาไว้ใช้สำหรับถ้าซื้อของชิ้นใหญ่ๆ ราคาแพงด้วยบัตรเครดิต ก็ควรจะซื้อหลังจากวันที่เพิ่งสรุปยอดค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะได้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมนานที่สุด.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;( ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร, นิตยสาร teen&amp;family ปีที่ 10 ฉบับที่ 118 มกราคม 2548 )&lt;br /&gt;จาก : หนังสือนิตยสารดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อคนไทยหลายๆ คน คุณจึงไม่ควรพลาด !&lt;br /&gt;Last Updated on Friday, 03 April 2009 16:08&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-9153267020261575177?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/9153267020261575177/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_3201.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/9153267020261575177'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/9153267020261575177'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_3201.html' title='รู้ทันบัตรเครดิต'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-6186546107435982824</id><published>2009-06-21T00:48:00.001+07:00</published><updated>2009-06-21T00:50:06.684+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บัตรเครดิต'/><title type='text'>ข้อน่ารู้ของ บัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ข้อน่ารู้ของบัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการดำรงชีวิตปัจจุบันบัตรเครดิตถือว่ามีความจำเป็นในด้านการเงิน เพราะให้ความสะดวกในการพกพา เราไม่ต้องมีเงินสดติดตัวมากๆ มีบัตรเครดิตเพียงใบเดียวก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้สะดวก ยิ่งกว่านั้นเวลาไปต่างประเทศก็ไม่ต้องเสียเวลาไปแลกเงิน เพราะนอกจากจะต้องค่าคอมมิชชั่นในการแลกเปลี่ยนเงินแล้ว หากกลับมาถึงบ้านเงินที่แลกไปใช้ไม่หมดก็ต้องมาแลกกลับเป็นเงินบาทก็เสียค่า คอมมิชชั่นอีกต่อหนึ่ง ปัจจุบันนี้คุณสามารถเซ็นบัตรเครดิตได้ไม่เกินวงเงินที่ผู้ออกบัตรกำหนดให้ อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรเครดิตมีข้อพึงระวังดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   1. บัตรเครดิตควรใช้เฉพาะยามจำเป็น เพราะถ้าเราไปเบิกเงินหรือเซ็นซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ มากๆ ก็หมายความว่าเราเป็นหนี้มากซึ่งเมื่อครบเดือนก็จะต้องจ่ายคืนมาก ถ้าไม่จ่ายคืนให้หมดก็จะถูกเก็บดอกเบี้ยสูงถึง 18.5% ต่อปี บัตรเครดิตบางชนิดที่ออกโดยบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคาร (คือบัตรเครดิตของ Non Bank) ก็อาจมีการหมกเม็ดเก็บค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยรวมกันปีหนึ่งสูงถึง 54% ดังนั้น การใช้บัตรเครดิตก็เพื่อความสะดวกในการซื้อ แต่ไม่ใช่เป็นบัตรที่จะสร้างหนี้ให้เราจำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   2. ผมมีบัตรเครดิต จากแบงก์กรุงเทพแล้วผมเปิดบัญชีสะสมไว้ พอสิ้นเดือนก็ให้เขาตัดเงินจากบัญชีไปเลย ทำให้แต่ละเดือนแม้ผมจะเซ็นการ์ดไปบ้างก็ไม่เคยต้องจ่ายดอกเบี้ย จึงมีความสะดวกและประหยัด ผมไม่ชอบจ่ายดอกเบี้ยหรือเป็นหนี้ใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   3. คน เราควรมีบัตรเครดิตเพียงใบเดียว ถ้าจำเป็นมากๆ ก็มีไม่เกิน 2 ใบ การมีบัตรหลายใบทำให้ใช้เงินเติบเปลืองค่าใช้จ่ายและเป็นหนี้มาก ไม่ควรเซ็นบัตรใบหนึ่งเพื่อไปจ่ายหนี้บัตรอีกใบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   4. ควรเลือกบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารเพราะเราเสียดอกเบี้ยถูกกว่าบัตรที่ออกโดย Non Bank อาจคิดดอกเบี้ยแพงมากถึง 50% ต่อปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   5. หาก ลูกๆ ของคุณจะขอบัตรเสริมก็ให้เฉพาะคนที่โตมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และจำกัดวงเงินไว้ เช่น 50,000 บาท อย่าให้มาก เมื่อลูกจบการศึกษาและทำงานมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว ก็ควรยกเลิกบัตรเสริมนั้น โดยให้ลูกไปขอบัตรเครดิตของตนเอง ดังนี้จะช่วยสอนให้ลูกมีวินัยทางการเงิน รู้จักคุณค่าและวิธีประหยัดรายจ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   6. คุณต้องระลึกว่าหากเป็นหนี้ บัตรเครดิตมากและไม่จ่ายตามกำหนด นอกจากจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยแพงแล้ว ชื่ออาจเข้าไปอยู่ในบัญชีดำของศูนย์ข้อมูลเครดิต (Credit Bureau) ซึ่งทำให้คุณขอสินเชื่อหรือกู้ยืนเงินสำหรับกิจการอื่นๆ ยาก เช่น ขอกู้เงินซื้อบ้านหรือจัดหาทุนไปใช้ในการทำธุรกิจ การเงินของคุณจะติดขัดไปทั้งระบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   7. พ่อแม่ต้องสอนลูกให้ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต และมัธยัสถ์ รู้จักว่าอะไรควรจ่ายอะไรไม่ควรจ่าย สำหรับลูกที่ทำงานมีรายได้ของตัวเองแล้ว จำเป็นจะต้องมีเงินออมเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และในยามตกยาก คนเราไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงควรระมัดระวังในเรื่องการเงิน ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมเป็นประจำ ต้องเก่งภาษาอังกฤษ สมัยนี้โลกเราพัฒนาไปเร็วมาก ในแต่ละปีมีบัณฑิตจบใหม่นับแสนคน ดังนั้น คนรุ่นหลังจะเข้ามาแข่งขันทำให้คนรุ่นก่อนหาเงินยากยิ่งขึ้น ถ้าไม่หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมแล้วสู้เด็กรุ่นหลังไม่ได้ การสอนให้ลูกทำงานตั้งแต่เล็กๆ เป็นการเสริมความรู้ สร้างวินัย ทำให้ลูกตระหนักต่อหน้าที่ ลูกควรช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก่อนก็ได้ และเมื่อโตแล้วจึงให้ทำงานที่ใช้ฝีมือมากขึ้น รวมทั้งส่งไปฝึกงานกับผู้อื่น เพื่อให้รู้ว่าการเป็นลูกจ้างลำบากไหม โลกที่แท้จริงเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก : สำนักงานบัญชี   &lt;br /&gt;Friday, 30 May 2008 16:01&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-6186546107435982824?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/6186546107435982824/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_21.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6186546107435982824'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6186546107435982824'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_21.html' title='ข้อน่ารู้ของ บัตรเครดิต'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-6246252066836199830</id><published>2009-06-19T22:27:00.003+07:00</published><updated>2009-06-19T22:46:46.915+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทำบัตรเครดิต'/><title type='text'>โคตรยาก..ส์ กว่าจะได้บัตรใบแรก</title><content type='html'>ไม่รู้ใครจะเหมือนผมหรือเปล่า ? สมัยก่อนนู้น.... ลองนึกตามไปด้วยให้ภาพเบลอ ๆ นะ บางบ้านยังเป็นโทรทัศน์แบบขาวดำอยู่เลย สมัยน้าชาติเป็นนายก ฯ ยุคช่วงฟองสบู่แตก สมัยนี้เรียกยุคไข่แตก จุกไม่แพ้กัน ตอนนั้นอยากจะมีบัตรเครดิตไว้ยืดอวดสาว ๆ ซักใบมันยากซะยิ่งกว่าทำเรื่องผ่อนรถซะอีก จริง ๆ นะ อวดสาวได้จริง ๆ เพราะมันทำยากมาก " &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;อภิสิทธิ์เฉพาะผู้มีระดับ&lt;/span&gt; " เห็นเขาโฆษณาสโลแกนกันอย่างนี้ ( ไม่ใช่อภิสิทธิ์ที่เป็นนายก ฯ นะ ไม่เกี่ยวกัน ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ) ลองคิดดูสิ ไหนจะต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำเท่านั้น รายได้เท่านี้ ต้องใช้ไอ้นั่น ต้องมีไอ้นี่ เรื่องมากกว่าสมัยนี้เยอะ ใครที่มีบัตรเครดิตมาโชว์ มันเทห์ซะยิ่งกว่าใส่ทองหนักห้าบาทซะอีก ถึงตอนนั้นบาทละหกพันกว่า ๆ ก็เหอะ ตอนนั้นอย่าว่าแต่เงินเดือนเลย งานจะทำยังแทบไม่มี เศรษฐกิจแย่มาก ๆ จนรัฐบาลออกมาบอกว่า " ถ้าท่านไม่ืเลือกงาน เราจะมีงานทำกันทุกคน " พวกเพื่อน ๆ ของผมเรียนจบมาใหม่ ตกงานกันแทบทั้งรุ่นสงสัยมันคงไม่เชื่อรัฐบาลกัน บางคนบ้านมีตังส์หน่อยก็ไปเรียนต่อ บางคนก็ไปบวชก่อน รอให้เศรษกิจมันดีขึ้นแล้วค่อยออกมาหางานทำกันใหม่ ป่านนี้ยังไม่สึกออกมาเลย ใครที่นึกภาพไม่ออกลองไปหาอ่านประวัติ ฯ เศรษฐกิจไทยย้อนหลังกันดูช่วงปี 2540 หรือปีสี่หนึ่งนี่แหล่ะ ก็มันนานมากแล้วเลยไม่แน่ใจว่าปีไหนแน่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้าว..ไปไหนแล้วเนี่ย ? เข้าเรื่องบัตรเครดิตกันต่อเถอะ ผมเป็นคนที่หน้าตาดี เอ้ย..ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าโชคดีกว่าคนอื่นที่ได้งานทำในบริษัทเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบสาธร ( ผมสะกดไม่ผิดหรอก เมื่อก่อน " สาธร " ยังใช้ ธ.ธงอยู่ ) เงินเดือนไม่มี มีแต่ค่าแรงรายวัน แต่รับทีเดียวตอนสิ้นเดือน งงมั้ย ทำก็ทำวะ เพราะผมเชื่อรัฐบาล แล้วในเมื่อบัตรเครดิตรมันทำยากแล้วผมได้มันมายังไง ก็มาจากไอ้บัตรผ่อนของนี่ล่ะ คิดว่าฮิตที่สุดแล้วในตอนนั้น ควักออกมาโชว์ได้ในผับ แว๊บ ๆ ให้พวกเขาใจผิดว่าเป็นบัตรเครดิตช่วงนั้นบัตรพวกนี้กำลังเปิดตัวกันเยอะทั้ง อีซี่บาย , อีอ้อน AEON   บรรดา อี ๆ ทั้งหลายที่มาประเคนให้ถึงที่ มานึกดูอีกที ผมก็เริ่มเป็นหนี้นับตั้งแต่วันนั้นมา ส่งหมด เอาใหม่ ส่ง ๆ เอา ๆ อยู่อย่างนี้ ตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเหมือนมนต์สะกด ก็อีตรง 0% ไม่เสียดอกนี่แหล่ะ ซื้อเครื่องซักผ้าให้แม่แบบอัตโนมัติแทนแบบอัตโนมือ ซื้อตู้เย็นมาแช่เบียร์ ความสุขเล็ก ๆ หลังเลิกงาน จนกลายเป็นลูกค้าที่ดีไปโดยปริยาย จนได้ยกคุณภาพ Upgrade จากบัตรผ่อนธรรมดาของเป็นบัตรเครดิต พอได้ใบแรกไม่นาน ใบที่สอง ที่สาม ก็ตามมาติด ๆ คราวนี้มันไม่ยอมดูหลักฐานอะไรเลย แค่มีบัตรเครดิตใบเก่าก็พอ ตอนนั้นค่าธรรมเนียมก็ฟรี ค่ารายปีก็ฟรี อะไร ๆ ก็ฟรีทั้งหมด ก็เลยทำซะทั้งหมดเกือบจะทุก ธนาคาร ก็อยากได้มานานแล้วนี่ ! ตอนนี้ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ยกเลิกบ้าง เหลืออยู่ไม่กีใบ แล้วคุณล่ะได้บัตรครั้งแรกมาเมื่อไรครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-6246252066836199830?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/6246252066836199830/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_3974.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6246252066836199830'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6246252066836199830'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_3974.html' title='โคตรยาก..ส์ กว่าจะได้บัตรใบแรก'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-8461491836077813667</id><published>2009-06-19T14:58:00.003+07:00</published><updated>2009-06-19T15:10:21.029+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การใช้บัตรเครดิต'/><title type='text'>ใช้บัตรเครดิตอย่างปลอดภัย ง่าย ๆ</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต&lt;/span&gt; มีข้อดีอยู่หลายข้อค่ะ ไม่ว่าจะใช้แทนเงินสด สามารถเบิกถอนเงินได้ล่วงหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน มีโปรโมชั่น ที่ช่วยให้เราประหยัดสตางค์มากยิ่งขึ้น หรือ แม้แต่เป็นตัวช่วยฉุกเฉินยามออกเดินทางไกล แต่ข้อเสียของบัตรเครดิตก็มีมาก เช่นกัน ถ้าคุณใช้อย่างไม่ระมัดระวัง เพราะฉะนั้นนี่เป็นข้อมูลคร่าว ๆ ที่น่าจะช่วยให้คุณใช้บัตรเครดิตได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ศึกษา บัตรเครดิตที่ถืออยู่อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมในการใช้บัตร การใช้บริการ ค่าบริการรายปี โปรโมชั่นของบัตรแต่ละประเภท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.หมั่นติดต่อ เช็คข้อมูลกับธนาคารเพื่อจะได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ใช้ บัตรเครดิตชำระค่าสินค้า หรือบริการในระยะปลอดหนี้ ซึ่งคือหลังจากวันที่มีการสรุปยอดการใช้จ่ายทุกครั้ง เพราะถ้านำบัตรใช้ในช่วงใกล้วันตัดยอด จะได้เวลาในการปลอดหนี้น้อย และต้องชำระเงินเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ตรวจสอบความถูกต้องของรายการสินค้า และจำนวนเงินที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตทุกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.คำนึง ถึงความสามารถในการชำระเงินคืน โดยทั่วไปแล้วควรจะจำกัดยอดการใช้บัตรไว้ที่20 %ของรายได้หลังหักภาษี นั่นคือควรพิจารณาว่าสามารถใช้เงินได้เท่าไหร่  มากกว่านั่งคำนวณว่าคุณจะได้รับเครดิตเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.ควรจำกัดตัวเองด้วยการใช้บัตรเพียงใบเดียว เช่น บัตรของห้างสรรพสินค้าที่ชอบ  หรือบัตรที่ใช้ในสถานีบริการน้ำมัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.ใช้บัตรเครดิตในการซื้อเฉพาะสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ส่วนสินค้าที่อำนวยความสะดวก หรือฟุ่มเฟือยนั้นอย่าดีกว่าค่ะ     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.ชำระหนี้เต็มตามใบแจ้งยอด และตรงตามกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก : นิตยสารขวัญเรือน ฉบับที่ 869 ปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2551 หน้า.311&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-8461491836077813667?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/8461491836077813667/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/8461491836077813667'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/8461491836077813667'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_19.html' title='ใช้บัตรเครดิตอย่างปลอดภัย ง่าย ๆ'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-6221252966172250943</id><published>2009-06-16T12:26:00.002+07:00</published><updated>2009-06-17T22:14:04.994+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีเลือก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บัตรเครดิต'/><title type='text'>วิธีเลือก บัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;วิธีเลือก บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ควรจะเลือก&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต&lt;/span&gt; ที่เสียดอกเบี้ยต่ำที่สุด และระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนานที่สุด ทั้งนี้ต้องดูเงื่อนไขในการสมัคร&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต&lt;/span&gt; ในกรณีทำงานบริษัท เช่น เงินเดือนขึ้นต่ำเท่าใหร่ การรับเงินเดือนต้องผ่านธนาคาร ตรวจสอบคุณสมบัติของบัตรเครดิตที่คุณต้องการ เช่น ใช้ได้ทั่วโลก หรือ กดเงินสดโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เลือกชนิดของบัตรเครดิตที่คุณต้องการ เช่น วีซ่า มาสเตอร์ เลือกบัตรเครดิต ที่ค่าธรรมเนียมต่ำไว้ก่อน บางธนาคาร มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมด้วย สำรวจร้านค้าที่เป็นสมาชิกของบัตรเครดิตที่เราต้องการทำ บัตรเครดิตไทย จะอนุมัติง่ายกว่า แต่ระยะเวลาพิจารณาเอกสารนานกว่า บัตรเครดิตของต่างประเทศ จะอนุมัติยากกว่า แต่ระยะเวลาพิจารณาเอกสารสั้นกว่า ขึ้นอยู่กับการให้บริการจากทางสถาบันการเงิน และโปรโมชั่นของสถาบันการเงินและ&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต&lt;/span&gt; แต่ละประเภท&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-6221252966172250943?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/6221252966172250943/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_6793.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6221252966172250943'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6221252966172250943'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_6793.html' title='วิธีเลือก บัตรเครดิต'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-3764409107826891343</id><published>2009-06-16T12:13:00.005+07:00</published><updated>2009-06-18T16:11:44.010+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทคนิคการใช้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บัตรเครดิต'/><title type='text'>เทคนิคการใช้ บัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;เทคนิคการใช้ บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoEhhqt6tI/AAAAAAAAAOc/HaJClnUFSb4/s1600-h/credit05.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 93px; height: 124px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoEhhqt6tI/AAAAAAAAAOc/HaJClnUFSb4/s400/credit05.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348592481475619538" /&gt;&lt;/a&gt;เทคนิคการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์ " การใช้จ่ายผ่าน บัตรเครดิต "&lt;br /&gt;เชื่อว่าถ้าถามคนไหนที่ว่าใครไม่มีบัตรเครดิตบ้าง คงจะมีส่วนน้อยที่ตอบว่าไม่มีเพราะว่าบัตรเครดิต มีไว้ก็สามารถช่วยให้ผู้ถือบัตรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้เงินสูงสุด และไม่ต้องกังวลที่จะต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก ถ้าพกมากก็เป็นภัยกับตัวเอง สำหรับผู้ที่ตกลงใจจะทำบัตรเครดิต ควรจะต้องอ่านรายละเอียด และเงื่อนไขให้เข้าใจมากที่สุด ตั้งแต่วงเงิน อัตราดอกเบี้ย และอีกจิปาถะ เพื่อการใช้บัตรเครดิต อย่างมีประโยชน์สูงสุดแล้วที่นี้เราจะใช้จ่ายบัตรเครดิต ให้มีประโยชน์สูงสุดกับเรายังไงมาดูกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ใช้จ่ายบัตรเครดิต เพื่อ…&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การใช้บัตรเครดิต อย่างคุ้มค่าว่า พยายามใช้สิทธิประโยชน์ของบัตรให้เต็มที่ บัตรบางใบก็ลดค่าอาหารได้ หรือได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆมากมาย ดังนั้นก่อนใช้บัตรเครดิต เราควรใช้บัตรเครดิตกับสินค้าหรือบริการที่สามารถควบคุมการจ่าย ได้เอง ซึ่งจะเป็นการให้ประโยชน์มากกว่าโทษ ดังรายการต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;ค่าน้ำ-ค่าไฟ หรือ อีกสารพัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ตัวเลขของแต่ละเดือนมันคงไม่ห่างไกลจากกันเท่าไหร่นัก ฉะนั้นคุณควรรวบรวมยอดแล้วเอาไปจ่ายทีเดียว เพราะแน่นอนว่าการจ่ายแบบนี้ยังไปช่วยเติมยอดสะสมให้สูงปรี๊ดได้ดีอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ค่าน้ำมัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ที่ถือเป็นเรื่องปกติที่รถเราจะต้องเติมอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่าเราจะจ่ายเงินสดมันก็อยู่ในมูลค่าเท่ากันอยู่ดีเพราะฉะนั้น เก็บเงินสดเอาไว้ทำอย่างอื่นจะดีกว่า แล้วใช้บัตรเครดิตจ่ายแทน และยังช่วยให้เราได้คะแนนเยอะ ๆ เพื่อไปแลกรับของที่เราต้องการได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;การใช้จ่ายของในซูเปอร์มาร์เก็ต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;อย่างน้อยเราก็ต้องเข้าไปจับจ่ายใช้สอยข้าวของจิปาถะอย่างน้อยเดือนละ 1 – 2 ครั้งอยู่แล้ว การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต จะช่วยทำให้คุณสาว ๆ เพิ่มความรอบคอบและควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างดีเลย เพราะใบแจ้งจะต้องแจ้งยอดในแต่ละเดือนทำให้เราสามารถเช็กค่าใช้จ่ายได้ว่าใน แต่ละเดือนใช้มากใช้น้อยอย่างไร และรู้ว่าควรจะลดลงตรงไหนเพื่อเป็นการประหยัดในคราวต่อ ๆ ไป หลังจากใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตแล้วสิ่งสำคัญคือ การชำระเงินควรชำระเต็มจำนวน เพราะดอกเบี้ยแพงนะ ขอบอก.... และในทางกลับกัน การใช้บัตรเครดิต อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้คุณตกอยู่ในความเดือดร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีหลายกรณีที่ผลของการใช้บัตรเครดิต กลายเป็นภาระหนักทางการเงินของคุณแทนที่ จะส่งเสริมการเงิน ส่วนตัวของคุณ เพราะฉะนั้นควรใช้อย่างพอเพียงและเพียงพอ ตามรอยพระราชดำรัสของในหลวงที่ว่า " เศรษฐกิจพอเพียง " จะดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา :  http://variety.teenee.com/foodforbrain/2315.html&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-3764409107826891343?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/3764409107826891343/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_16.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/3764409107826891343'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/3764409107826891343'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_16.html' title='เทคนิคการใช้ บัตรเครดิต'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoEhhqt6tI/AAAAAAAAAOc/HaJClnUFSb4/s72-c/credit05.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-6207679062516178050</id><published>2009-06-15T17:13:00.006+07:00</published><updated>2009-06-18T16:09:10.905+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประเภท บัตรเครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บัตรเครดิต'/><title type='text'>ประเภทของ บัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ประเภทและลักษณะของบัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;บัตรเครดิต สามารถจำแนกได้หลายประเภท หากจำแนกตามขอบเขตของการใช้บัตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต ประเภทที่ 1.&lt;/span&gt; บัตรเครดิต ที่สามารถใชได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (International Credit Card) เช่น บัตรเครดิต VISA บัตร Master บัตร Dinerัs Club และบัตร American Express เป็นต้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต ประเภทที่ 2.&lt;/span&gt; บัตรเครดิต ที่ใช้ได้เฉพาะภายในประเทศ (Local Credit Card) เช่น บัตรเครดิตธนาคาร กรุงศรีอยุธยา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต ประเภทที่ 3.&lt;/span&gt; บัตรเครดิต ที่ใช้เฉพาะร้านค้า (Store Card หรือ Private Label) ได้แก่ บัตรเครดิตเซ็นทรัล บัตรเครดิตเพาเวอร์บาย บัตรเครดิตเทสโก้โลตัส เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoDknBXboI/AAAAAAAAAOE/R-IzKnEv7q0/s1600-h/credit06.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 150px; height: 100px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoDknBXboI/AAAAAAAAAOE/R-IzKnEv7q0/s400/credit06.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348591434940771970" /&gt;&lt;/a&gt;นอกจากนี้ บัตรเครดิตยังนิยมจำแนก ลักษณะได้อีกบางประเภท ดังนี้ Charge Card ได้แก่ บัตรเครดิต ประเภทที่ผู้ถือบัตรจะต้องชำระยอดหนี้สิน ให้เสร็จสิ้นไปภายในระยะเวลาอันสั้นที่กำหนดไว้ ซึ่งโดยปกติได้แก่ 1 เดือน บัตรเครดิตประเภทนี้ มีจุดประสงค์ในการใช้สอยเพื่อชำระค่าบริการการเดินทางและท่องเที่ยวพักผ่อน ( Travel and Entertainment Card ) เป็นสาคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัตรเครดิต ประเภทนี้มักไม่ค่อยจำกัดวงเงิน ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า กลุ่มเป้าหมายคือนักบริหารหรือบุคคลผู้มีฐานะทางการเงินดี ที่ต้องเดินทางหรือต้องเลี้ยงรับรองแขกอยู่เป็นประจำ บัตรเครดิตประเภทนี้ ได้แก่ บัตร Dinerัs Club และบัตร American Express Card ( AMEX )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;Credit Card หรือ Bank Card &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นบัตรเครดิต ที่มักออกโดยสถาบันการเงินออกร่วมกับสถาบันบัตรเครดิตต่างประเทศ (International Credit Card) หรือสถาบันการเงินออกบัตรเครดิตเป็นของตนเอง ( Local Credit Card ) บัตรเครดิตนี้ นอกจากมีลักษณะการชำระเช่น เดียวกับ Charge Card คือต้องชำระยอด หนี้สินให้เสร็จสิ้นไปภายในระยะเวลาอันสั้นที่กำหนดไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งโดยปกติ ได้แก่ 1 เดือนหรือ 30 วัน โดยไม่เสียดอกเบี้ย ผู้ถือบัตรเครดิต ยังสามารถเลือกชำระเงินคืนแต่เพียงบางส่วนได้ด้วยการใช้สินเชื่อหมุนเวียน (Revolving Credit) โดย เสียดอกเบี้ยด้วยก็ได้ ในกรณีนี้ยอดค้างชำระของบัตรเครดิตจะแปลงสภาพเป็นเงินกู้ที่ต้องผ่อนชำระ เป็นรายงวด อันเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ออกบัตรอีกทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ อีกด้านหนึ่งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระหนี้ของผู้ถือบัตรโดย บัตรเครดิต ประเภทนี้มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายในการชำระค่า สินค้าและบริการสําหรับการดำรง ชีวิตประจำวันเป็นสำคัญ มักมีการจำกัดวงเงินให้สินเชื่อ (Credit Line) ไว้ในระดับหนึ่ง บัตรเครดิตชนิดนี้ ได้แก่ บัตร VISA บัตร Master Card บัตรเครดิต ธนาคารต่าง ๆ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoEGwRB8HI/AAAAAAAAAOU/Zq9jAYi-yto/s1600-h/credit02.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 143px; height: 110px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoEGwRB8HI/AAAAAAAAAOU/Zq9jAYi-yto/s400/credit02.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348592021537943666" /&gt;&lt;/a&gt;นอกจากนั้น บัตรเครดิต ประเภท Bank Card นี้ ยังสามารถออกร่วมกับบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งนิยมเรียกว่า Affinity Card หรือ Co-Brand Card โดย ผู้ถือบัตรลักษณะนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ หรือส่วนลดจากบริษัทห้างร้านที่ออกบัตรเพิ่มเติมตามที่กำหนดด้วย เช่น บัตรเครดิตที่ธนาคารออกร่วมกับห้างสรรพสินค้าซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้รับ เครดิตแล้วยังใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าบางประการตามที่ห้างสรรพสินค้า กำหนดได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;Store Card หรือ Private Label &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หมายถึง บัตรเครดิต ที่ร้านค้าซึ่งโดยมากจะเป็นร้านสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เป็นผู้ออกให้ แก่ลูกค้าโดยตรง เพื่อใช้ซื้อสินค้าและบริการในเครือข่ายหรือในสถานประกอบการ ของตนซึ่งมีลักษณะคล้ายบัตรเครดิต ยุคแรกเริ่มนั่นเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขายของร้านค้าหรือของห้างนั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;Cash Card &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หมายถึง บัตรเครดิต ที่เมื่อผู้ถือบัตรนำไปแสดงต่อธนาคารที่เกี่ยวข้องแล้วสามารถเบิก เงินสดล่วงหน้า ได้จากธนาคารผู้ออกบัตร หรือเบิกเงินสดล่วงหน้าได้โดยเบิกเงินจากเครื่อง ATM ที่เข้าร่วมให้บริการ ซึ่งผู้ใช้จะต้องเสียค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;Debit Card &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นบัตรที่ไม่มี สินเชื่อ ใช้เบิกเงินสดหรือใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ โดยร้านค้าจะเรียกเก็บด้วย บริการ แม้บัตรเดบิตจะมีลักษณะที่ไม่ หักบัญชีของผู้ถือบัตรโดยตรงจากธนาคาร หรือหักผ่านระบบเครือข่ายของสถาบันบัตรเครดิตเหมือนกับบัตรเครดิต 5 ประเภทข้างต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoDwVrxTNI/AAAAAAAAAOM/grU9vZ7ODnU/s1600-h/credit04.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 149px; height: 100px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoDwVrxTNI/AAAAAAAAAOM/grU9vZ7ODnU/s400/credit04.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348591636445220050" /&gt;&lt;/a&gt;แต่ในปัจจุบันตามประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาสำนักงานคุ้ม ครองผู้บริโภค ซึ่งประกาศให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา กำหนดให้บัตรเครดิตหมายความรวมถึงบัตรเดบิตด้วย ความหมายของบัตรเดบิต บัตรเครดิต อาจมีลักษณะหนึ่งลักษณะใดหรือหลายลักษณะร่วมกันตามที่ได้อธิบาย ข้างต้นไว้ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ( สคบ.) ได้ให้ความหมายของบัตรเครดิตไว้ คือ บัตรที่ผู้ประกอบธุรกิจออกให้แก่ผู้บริโภคตามหลักเกณฑ์ค่าบริการหรือค่าอื่น ใด และวิธี การที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเพื่อใช้ชำระ ค่าสินค้า แทนการชำระด้วยเงินสดหรือเพื่อใช้เบิกถอนเงินสด แต่ไม่รวมถึงบัตรที่ ได้มีการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือค่าอื่นใดไว้ล่วงหน้าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : สยามธุรกิจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-6207679062516178050?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/6207679062516178050/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_15.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6207679062516178050'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/6207679062516178050'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post_15.html' title='ประเภทของ บัตรเครดิต'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoDknBXboI/AAAAAAAAAOE/R-IzKnEv7q0/s72-c/credit06.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3575195321900036979.post-5953673287882148539</id><published>2009-06-15T16:38:00.007+07:00</published><updated>2009-06-18T16:01:50.477+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บัตร'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประวัติ บัตรเครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บัตรเครดิต'/><title type='text'>บัตรเครดิต ดี อย่างไร..?</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoCLOM4JGI/AAAAAAAAAN0/OB9pvaBpnIw/s1600-h/credit03.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 124px; height: 93px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoCLOM4JGI/AAAAAAAAAN0/OB9pvaBpnIw/s400/credit03.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348589899269809250" /&gt;&lt;/a&gt;สถานการณ์ เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน และแน่นอน ทางออกของหลายท่านส่วนใหญ่คงจะหนีไม่พ้นการใช้บริการจากบัตรเครดิต ต่าง ๆ ในการจับจ่ายใช้สอยกันแบบเดือนชนเดือน ส่วนอีกหลาย ๆ ท่านที่ยังไม่มีบัตรเครดิต ก็อาจจะกำลังศึกษาหรือลองหาทางสมัครบัตรเครดิต มาใช้สำหรับยามฉุกเฉินหรือในยามจำเป็น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บัตรเครดิต คือ อะไร ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;บัตรเครดิต หรือ บัตรสินเชื่อ เป็นบริการที่สถาบันทางการเงินต่างๆ ออกให้แก่ลูกค้า เพื่อใช้จ่ายแทนเงินสด บัตรเครดิต ที่รู้จักกันเช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เจซีบี อเมริกันเอกซ์เพรส ดิสคัฟเวอร์ และ ไดเนอร์สคลับ สามารถใช้ได้ตามจำนวนวงเงินบัตรที่อนุมัติหักออกด้วยค่าสินค้า และบริการที่ ใช้จ่ายผ่านบัตร ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และหนี้สินคงค้างที่ยังไม่ได้ชำระ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ประวัติของ บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ประวัติของ บัตรเครดิต : บัตรเครดิต ถือกำเนิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาปี ค.ศ. 1914 โดยบริษัทเยอเนอรัลปิโตรเลียม คอร์ปอเรชั่น ออฟแคลิฟอร์เนีย ซึ่งปัจจุบันคือบริษัท โมบิลออยส์ จำกัด โดยทำบัตรดังกล่าวให้กับลูกค้า และพนักงานของตน ที่ได้รับเลือกสรรแล้ว และนำไปชำระค่าน้ำมัน ตอนนั้นบัตรเครดิตนี้จะมีลักษณะเหมือนกับเหรียญโลหะ ต่อมาราวค.ศ. 1950 นายแฟรงค์ แมคนามารา (Frank McNamara) ซึ่งเป็นนักธุรกิจเกิดลืมพกกระเป๋าเงินติดตัวไปทานอาหาร และไม่มีเงินจ่าย ต้องให้ภรรยานำเงินมาชำระให้ จึงคิดว่าถ้ามีบัตรพิเศษที่ใช้แทนเงินได้ ก็จะดี จากนั้นก็ปรึกษากับนายราล์ฟ ชไนเดอร์ (Ralph Schncider) ซึ่งเป็นทนายความ และได้สร้างบัตร ไดเนอร์สคลับ ขึ้นมาเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าและบริการแทนการชำระเงินโดยตรง ภายหลังได้มีบริษัท อเมริกันเอกซ์เพรส ได้ออกบัตรเครดิต โดยมีวัตถุประสงค์ ในครั้งแรกเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก โดยได้นำเสนอบัตรที่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ที่ธนาคารต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;การทำงานของ บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoCYiSCYVI/AAAAAAAAAN8/U14L1ASwWYE/s1600-h/credit01.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 122px; height: 109px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoCYiSCYVI/AAAAAAAAAN8/U14L1ASwWYE/s400/credit01.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348590127998460242" /&gt;&lt;/a&gt;การทำงานของ บัตรเครดิต คือ ผู้ใช้สามารถนำบัตรมาซื้อ สินค้าและบริการได้ตามวงเงินที่ธนาคารอนุมัติ หลังจากผู้รับบริการได้บัตรเครดิตแล้ว ผู้ขายหรือผู้ให้บริการจะต้องเช็คยอดที่จ่ายกับทางธนาคารก่อนและจะได้รับ รหัสอนุมัติจากธนาคาร ในสมัยก่อนจะเป็นเครื่องรูดบัตร ร้านค้าต้องโทรศัพท์ไปที่ธนาคาร แต่ตอนนี้มีเครื่องรูดบัตรที่จะออนไลน์กับธนาคาร เพื่อให้ได้รหัสอนุมัติเลย จากนั้นก็จะนำสลิปไปให้เจ้าของบัตรเซ็นชื่อ เพื่อส่งให้ธนาคารตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของจริงๆ ปัจจุบัน บัตรเครดิต นอกจากจะเป็นที่นิยมในการซื้อสินค้าตามราคาทั่วไปแล้ว ยังนิยมมาใช้ในการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมีการซื้อขาย บัตรเครดิต ผู้ใช้บัตรเครดิต จะแสดงความสมยอมว่าการซื้อขายนั้นได้เกิดขึ้นจริงด้วยการ เซ็นใน ใบเสร็จ หากเป็นการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้อาจจะกรอกราย PIN Number และหมายเลขบัตรเครดิต เพื่อเป็นการแสดงความจำนงในการซื้อขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะนี้ได้มี บัตรเครดิต แบบใหม่ ที่จะใช้ทาบกับเครื่องอ่าน โดยอาศัยหลักการของคลื่นวิทยุ จึงไม่ต้องมีการนำแถบแม่เหล็กไปสัมผัสกับเครื่องอย่างระบบเก่า ทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการทำรายการ และเหมาะกับการชำระเงินจำนวนน้อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95"&gt;จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3575195321900036979-5953673287882148539?l=thai-creditcard.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/feeds/5953673287882148539/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/5953673287882148539'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3575195321900036979/posts/default/5953673287882148539'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-creditcard.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='บัตรเครดิต ดี อย่างไร..?'/><author><name>Banpote</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11022526589774060213</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_mrbBBXQ-Z4k/SjoCLOM4JGI/AAAAAAAAAN0/OB9pvaBpnIw/s72-c/credit03.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
